วินาศกรรมแห่งวงการการ์ตูน
posted on 29 Aug 2005 09:38 by tanaratเมื่อไม่มีวันกี่วันก่อนนี้เอง ผมได้ดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ซึ่งเนื้อหาของรายการเป็นการเปิดโปงมุมมืดของสังคม และเรื่องที่หัวข้อของรายการนั้นได้แก่เรื่องของมุมมืดในวงการการ์ตูน
สโลแกนของรายการนี้กล่าวไว้ว่า " จงมองเหรียญทั้ง 2 ด้าน "แต่เท่าที่ผมดูในรายการในวันนั้นแล้ว ผมกลับเห็นแต่มุมมืด ราวกับว่าผู้จัดรายการจงใจโจมตีอย่างชัดเจน
รายการได้ดำเนินโดยการสัมภาษณ์คนที่ชอบการ์ตูนและพวกอาจารย์และนักวิชาการทั้งหลาย โดยพวกอาจารย์และนักวิชาการแต่ละคนนั้นได้กล่าวถึงการ์ตูนในแง่ลบ พูดถึงแง่ลบของการ์ตูนและวิจารณ์คนอ่านการ์ตูนนั้น ชั่วร้ายราวกับผู้ก่อการร้ายหรือไม่ก็คนค้ายาบ้า ผมเองก็อยากทราบเหมือนกันว่าคนชอบอ่านการ์ตูนนี่มันชั่วร้ายจนต้องถูกประนามเยี่ยงนี้หรือ ? ในเมื่อมันเป็นความชอบส่วนตัวของคนเราที่จะทำอะไร และอีกอย่างเราอ่านการ์ตูน มันก็ดีกว่าเราติดยาหรือว่าไปซิ่งมอร์เตอร์ไซค์ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ชั่วร้ายกว่าหรือ ?
เหล่าการ์ตูนทั้งหลายที่นำมาเป็นตัวอย่างผ่านหน้าจอทีวีนั้น บางเรื่องก็ไม่เหมาะสมจริง ๆ แต่บางเรื่องนั้นเท่าที่ผมเคยเห็นและอ่านเนื้อหาแทบไม่มีความรุนแรงหรือไม่เหมาะสมแต่ประการใดเลย บางเรื่องก็เป็นแค่การ์ตูนกีฬา หรือไม่ก็การ์ตูนแบบตลกธรรมดา เท่านั้นเองแต่ทางรายการก็จับมาโชว์ให้เห็นราวกับว่ามันเป็นสิ่งชั่วร้าย ผมก็อยากจะถามทางรายการเหมือนกันครับว่า" ที่เอาออกอากาศไปเนี่ย ตรวจสอบเนื้อหามาเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ "
พอมาถึงช่วงที่กล่าวถึงการ์ตูนลามกนั้นพวกอาจารย์และนักวิชาการทั้งหลายก็กล่าวถึงการ์ตูนลามกและคนอ่านว่า เป็นพวกจิตวิปริต หมกมุ่นเรื่องทางเพศ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดคดีข่มขืนมากขึ้น งั้นผมก็อยากจะถามพวกเค้าเหมือนกันว่า " งั้นพวกคนอ่านทั้งโลกนี่ก็เป็นพวกชั่วร้ายหมดสิครับ " เพราะว่าในสันดานของมนุษย์ทุกคนนี่ก็ต้องมีเรื่องพวกนี้อยู่เสมอเป็นธรรมดา แล้วก็อยากถามพวกนี้อีกว่า " หนังสือนี่มันไปข่มขืนใครได้มั๊ย ? " เพราะว่าสาเหตุที่แท้จริงแล้วมาจากคนต่างหาก แต่พอเกิดปัญหาทีไรการ์ตูนโป๊ก็กลายเป็นแพะรับบาปทุกทีถ้าคนเราอ่านแล้วสามารถควบคุมตัวเองได้ก็จะไม่มีปัญหา
แต่ไอ้ที่ไม่เป็นเรื่องที่นำมาเสนอนั้นก็คือ เรื่องของพวกลักษณะของการ์ตูนต่าง ๆ เช่น หูแมว ชุดเมด พลัง K หรือการแต่งคอสเพลย์ มันก็ไม่น่านำมาเสนอเลย เพราะมันไม่เห็นจะมีอะไรที่ว่าไม่เหมาะสมเลย ซึ่งสิ่งนี้เองก็เป็นความชอบส่วนตัวรูปแบบหนึ่ง แต่ทางรายการกลับนำมาเสนอและพูดถึงในแง่ลบเป็นระยะ ๆ แสดงให้เห็นราวกับว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายอีกรูปแบบหนึ่งของการ์ตูน
ส่วนไอ้ที่น่าฉงนปนขำบวกด้วยความเศร้านั่นก็คือช่วงท้ายรายการที่ผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า " ทำไมบ้านเราถึงได้มีแต่การ์ตูนญี่ปุ่น การ์ตูนไทยหายไปไหนหมด " ผมอยากผู้ดำเนินรายการว่าท่านเนี่ยไปอยู่โลกไหนมา หรือไปตระเวณดูแผงหนังสือทั่วประเทศรึยังครับ และที่ไหนที่บอกว่าไม่มีการ์ตูนไทย ในเมื่อผมเองก็เห็นอยู่ทุกวันที่แผงหนังสือ เช่น ไทคอมิก , FUSION หรือ COSMIC แล้วการ์ตูนเหล่านี้ไม่ใช่การ์ตูนไทยหรือครับ พวกผู้ใหญ่ทั้งหลายก็เก่งแต่เรื่องมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ ไม่ช่วยสนับสนุนการ์ตูนไทยแล้วยังมาว่า ดูอย่างประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างฮ่องกง , เกาหลี และ จีน ที่ปัจจุบันนี้การ์ตูนบ้านของเค้าได้กลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างหนึ่งไปเรียบร้อยแล้วเพราะว่าทางรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ ผิดกับบ้านเราที่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เห็นความสำคัญไม่ช่วยสนับสนุนแล้วยังมาต่อว่า วงการการ์ตูนไทยของเราก็ยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม ในขณะที่เพื่อนการ์ตูนของเพื่อนบ้านเราเค้าโกอินเตอร์เรียบร้อยแล้ว อีกอย่างนึงที่ผมว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องให้ต่อว่าได้นั่นคือเรื่องพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายถามว่า" ทำไมลายเส้นการ์ตูนไทยถึงเหมือนลายเส้นการ์ตูนญี่ปุ่น "ผมเองก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายอะไรตรงไหน ถึงจะลายเส้นออกญี่ปุ่นแต่ยังไงเราก็เป็นการ์ตูนไทยอยู่วันยังค่ำ พวกผู้ใหญ่ก็อาจจะคุ้นเคยกับลายเส้นการ์ตูนเล่มละบาทมากกว่า จึงได้กำหนดไว้ว่าลายเส้นยังงี้นะคือการ์ตูนไทย แต่คนสมัยนี้ได้อิทธิพลมาจากการ์ตูนที่เราอ่านมาตั้งแต่เด็กจึงได้ซึมซับลายเส้นมา ดูอย่างการ์ตูนของฮ่องกง , เกาหลี และ จีน ก็ยังลายเส้นออกแนวญี่ปุ่น แต่ของบ้านเค้าก็ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น มิหนำซ้ำ ยังช่วยสนับสนุนอย่างที่กล่าวไว้แล้ว
ผมว่าการ์ตูนนั้นมันเป็นเรื่องของจินตนาการมากกว่า ไม่เห็นมีอะไรจะต้องกังวล แต่ในโลกของความเป็นจริงสิ น่ากลัวยิ่งกว่าในการ์ตูน ซึ่งมีทั้งปัญหายาเสพติด , อาชญากรรม , ปัญหาเศรษฐกิจ , ปัญหาภัยธรรมชาติ , ปัญหาคอรัปชั่น , ปัญหาสงคราม ฯลฯ เราควรจะแก้ไขปัญหาสิ่งเหล่านี้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ ?
ก่อนที่จะจบบทความนี้ผมอยากจะถามพวกผู้ใหญ่สมัยนี้หน่อยว่า เวลาที่พวกท่านขบคิดเรื่องซักเรื่องนั้น พวกท่านใช้อะไรคิดกัน ระหว่างหัวแม่เท้าทั้ง 2 ข้างที่อยู่ทั้งเท้าซ้ายและขวา หรือว่าแก้มก้นที่ขนาบอยู่ระหว่างรูทวารของท่าน เพราะยังไงพวกท่านก็ไม่มีสมองให้คิดหรอก ทำให้ทำได้แค่คิดได้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านี้
" ธนะรัตน์ 33 "
edit @ 2005/08/29 09:53:31

Thanks for your Opinion
It's the same.
#1 By nuinthelewen on 2005-08-29 13:19