วันนี้มาอัพเรื่องผี ๆ ให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีนวันปล่อยผีซะหน่อย เหอ ๆๆๆ

     ในบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหลายบนโลกใบนี้  ไม่มีภูตผีตนใดที่ผู้คนจะไม่รู้จักและสร้างความหวาดกลัวให้กับมนุษย์เท่ากับผีดูดเลือดหรือแวมไพร์นั่นเอง ( ผมเห็นบางคนก็เรียกพวกผีดูดเลือดว่าผีดิบ ที่จริงผมว่าผีดูดเลือดนั้นเรียกถูกแล้ว เพราะว่าถ้าเป็นผีดิบก็คงน่าจะหมายถึงพวกซอมบี้หรือว่าศพเดินได้มากกว่า ) และในปัจจุบันนี้ความหวาดกลัวนั้นก็ได้แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก

    อันที่จริงแล้ว ในสมัยโบราณนั้นเรื่องราวของผีดูดเลือดรู้จักกันแต่ในเขตยุโรปตะวันออกเท่านั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบคาบสมุทรบอลข่าน, โรมาเนีย, ฮังการี และรัสเซียจะรู้จักกันมากก่อนที่บราม สโตเกอร์ นักเขียนนิยายชาวไอร์แลนด์จะเขียนนวนิยายผีดูดเลือดเรื่องดังคือเรื่องแดร็กคิวล่าเสียอีก  เพียงแต่ยังไม่แพร่หลายไปทั่วโลกเท่านั้น และอิทธิพลจากนวนิยายเรื่องแดร็กคิวล่านี้เองก็ทำให้เรื่องราวของผีดูดเลือดได้รู้จักกันไปทั่วทุกมุมโลก  ซึ่งบางคนก็เชื่อว่าผีดูดเลือดมีอยู่จริง แต่บางคนก็ว่าไม่มีจริง  ก็เลยกลายเป็นประเด็นให้เถียงกันได้ไม่รู้จักจบ ผมก็เลยมาเขียนให้ฟังถึงเรื่องของผีดูดเลือดพร้อมกับวิธีป้องกันกับวิธีกำจัดที่ได้ผลมาให้อ่านกันไว้เผื่อว่าซักวันจ๊ะเอ๋กับมันเข้าจะได้รับมือมันได้

     ทางฝั่งยุโรปนั้นเชื่อกันว่าผีดูดเลือดสามารถดูได้จากลักษณะภายนอก 2 วิธีด้วยกัน  วิธีแรกก็คือดูที่เงา  ซึ่งในตำราเขียนเอาไว้ว่าผีดูดเลือดจะไม่มีเงาสะท้อนในกระจกให้เห็น  ไม่ว่าจะในกระจกเงา, แสงไฟ หรือเงาสะท้อนจากน้ำ  วิธีที่สองก็คือดูที่นิ้วมือ  ผีดูดเลือดจะมีลักษณะพิเศษที่นิ้วมือคือนิ้วกลางจะมีขนาดสั้นเสมอกับนิ้วชี้และนิ้วนาง  แต่วิธีนี้ก็ต้องพิจารณากันให้ดี ๆ นะครับ  ถ้าหากไปพบใครที่นิ้วกลางสั้นเสมอกับนิ้วชี้และนิ้วนางล่ะก็  อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าเขาเป็นผีดูดเลือดนะครับ  ดูให้ดี ๆ ก่อนว่านิ้วกลางเขาด้วนรึเปล่า  ไม่อย่างนั้นอาจจะมีสิทธิ์เจ็บตัวได้  สำหรับในอินเดียนั้นก็มีวิธีดูที่แปลกออกไป  อาบังแกไม่ดูที่นิ้วมือครับ  แต่ไปดูตรงส้นเท้าแทน  เพราะอาบังแกเชื่อว่าผีดูดเลือดจะมีส้นเท้า 2 ส้นคือมีปุ่มตรงส้นเท้า 2 ปุ่ม ก็แปลกไปอีกแบบ

     สำหรับอิทธิฤทธิ์ของผีดูดเลือดนั้น  ไม่ใช่แค่ว่าเห็นเหยื่อแล้วก็ตรงทื่อเข้ามาดูดเลือดตรงซอกคออย่างในหนังจีนแบบพวกโดดเหยง ๆ เอายันต์แปะหน้าผากนะครับ  เสียชื่อผีดูดเลือดหมด  ไหน ๆ เป็นผีดูดเลือดทั้งทีก็ต้องมีชั้นเชิงกันหน่อย ความสามารถของผีดูดเลือดนั้นสามารถแปลงร่างได้  ไม่ว่าจะเป็นค้างคาวหรือหมาป่าสีดำ แต่ไม่ทราบว่าจะแปลงเป็นพวกมาสค์ไรเดอร์หรือยอดมนุษย์ได้หรือเปล่า  ในตำราก็ไม่ได้บอกไว้  นอกจากแปลงร่างแล้วก็ยังสามารถควบคุมหมอก, พายุ, หิมะ และฝนได้  และยังสามารถควบคุมสัตว์ประเภทหนู, ค้างคาว, หมาป่า และนกฮูกได้ด้วยพลังกีอัส  แหะ..แหะ ขออภัย เผลอไปครับ โดยใช้พลังกระแสจิตน่ะครับ  ผีดูดเลือดจะมีพลังกระแสจิตที่แกร่งกล้ามาก  ใครที่สบตาเข้าให้ก็จะอ่อนระทวยให้ดูดเลือดง่าย ๆ เหมือนเจอพลังกีอัสของพี่ลู่เข้าไป 

    แต่ถึงจะมีอิทธิฤทธิ์เก่งกล้าแค่ไหน  ผีดูดเลือดก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน  อย่างแรกก็คือแพ้แสงแดดครับ  แพ้ขนาดต่อให้อาบโลชั่นกันแดดเป็นตุ่มกับใส่แว่นกันแดดหนาเตอะก็กันไม่ได้  ถ้าโดนแสงแดดส่องเข้าเมื่อไหร่   ก็จะแห้งกรอบกลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที  อย่างที่สองก็คือกระเทียมครับ  แค่มันได้กลิ่นก็ต้องสวมวิญญาณอาจารย์โกยทันที  ในยุโรปสมัยโบราณชาวบ้านนิยมเอากระเทียมมาแขวนรอบ ๆ ห้องนอนหรือรอบ ๆ บ้านเพื่อกันผีดูดเลือด  ผมเองก็ไม่ยักกะรู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเกลียดกลัวกระเทียมนักหนา  ในตำราก็ไม่ได้เขียนบอกเอาไว้ครับ  อ้อ! ตรงนี้ผมขอย้ำนะครับว่าผีดูดเลือดมันกลัวแต่กระเทียมเท่านั้นนะครับ  มันไม่กลัวกระเทย  อย่างที่สามก็คือไม้กางเขน   ถ้ามันได้สัมผัสกับไม้กางเขนเข้าเมื่อไหร่เป็นต้องม่อยกระรอก หมอบกระแตทันที  ไม้กางเขนนี้นอกจากจะป้องกันผีดูดเลือดได้แล้ว  ก็ยังสามารถใช้หาตัวผีดูดเลือดได้ด้วย  คือถ้าใครถูกไม้กางเขนสัมผัสเข้าแล้วปรากฎแผลรอยไหม้เป็นรูปกางเขนแล้วล่ะก็  คน ๆ นั้นก็ต้องเป็นผีดูดเลือดแน่นอน  และสิ่งสุดท้ายที่ผีดูดเลือดแพ้ก็คือเสาเข็ม  เอ๊ย! ขออภัยครับ  ไม้ตอกปลายแหลม  ซึ่งใช้ตอกตรงหัวใจเพื่อฆ่ามัน  ซึ่งพอตอกลงไปร่างของมันจะสลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที

     นอกจากนี้ผีดูดเลือดยังมีข้อจำกัดอำนาจของมันด้วย  เช่น  ผีดูดเลือดนั้นจะบุกรุกเข้าไปดูดเลือดคนในบ้านโดยพลการไม่ได้  มันไม่สุภาพและไม่มีเกียรติเอาซะเลย  เผลอ ๆ อาจจะถูกโปลิสรวบเข้าให้ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานผู้อื่นในยามวิกาล  ผีดูดเลือดจะต้องมีคนเชิญให้เข้าไปหาเอง  ซึ่งก็คือเหยื่อที่ถูกสะกดจิตนั่นเอง  อีกข้อก็คือผีดูดเลือดนั้นจะเข้าไปในสถานที่ที่ไม่เคยเข้าไปมาก่อนเลยไม่ได้  ต้องมีคนเชิญด้วยทุกครั้งถึงจะเข้าไปได้  และอีกข้อก็คือผีดูดเลือดจะข้ามลำธารที่มีน้ำไหลไม่ได้  ต้องรอให้น้ำลงจนแห้งงวดก่อนถึงจะข้ามไปได้  ( ชะรอยสงสัยอาจจะยังไม่ได้ฉีดยากันโรคกลัวน้ำ ) 

     คราวนี้ก็มาถึงวิธีปราบผีดูดเลือดกันบ้าง  แต่อย่านึกว่าทำกันง่าย ๆ แบบที่เห็นในหนังหรือนิยายนะครับ  ผีดูดเลือดเองก็ไม่ใช่หมู ๆ ให้เคี้ยวกันได้ง่าย ๆ ก็เพราะผีดูดเลือดนั้นมีการแบ่งระดับกัน  คือระดับลูกกระจ๊อกกับระดับบอสใหญ่  สำหรับผีดูดเลือดระดับลูกกระจ๊อกวิธีปราบก็แสนง่าย  คือเปิดฝาโลงขึ้นมาและต้องทำตอนกลางวันนะครับ  ขืนเปิดตอนกลางคืนมีหวังคนปราบได้กลายเป็นผีดูดเลือดอีกตัวแน่  แล้วเอาค้อนตอกไม้ปลายแหลม ( ต้องขนาดใหญ่หน่อยนะครับ  ไม่ใช่เล็กจิ๋วขนาดไม้เสียบลูกชิ้นปิ้ง )  ตอกไปตรงหน้าอกบริเวณหัวใจเท่านี้ก็เรียบร้อย  หรือว่าถ้าหากค้นหาเจอโลงที่ซ่อนตัวของผีดูดเลือดแล้วแต่ยังไม่มีไม้ปลายแหลมมาตอก  ก็เอากิ่งกุหลาบป่ามาสุมวางไว้บนฝาโลงไว้ก่อน  กิ่งกุหลาบป่าจะช่วยทำให้ผีดูดเลือดออกจากโลงศพไม่ได้  สำหรับผีดูดเลือดระดับบอสใหญ่อย่างเช่นท่านเคาทน์แดร็กคิวล่าแล้วล่ะก็  มีวิธีที่ยุ่งยากพอควรตั้งแต่วิธีหาหลุมฝังศพที่เป็นซ่อนตัว  โดยวิธีหาก็คือจะให้เด็กผู้ชายที่ยังเล็ก ๆ ไร้เดียงสานั่งบนม้าสีดำสนิททั้งตัว  แล้วก็ปล่อยให้ม้าดำที่มีเด็กผู้ชายนั่งอยู่เดินผ่านหลุมฝังศพในสุสาน  ถ้าหากม้าดำยืนหยุดที่หลุมฝังศพไหนแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมเดินต่อไป  ถึงแม้ว่าจะถูกเฆี่ยนตียังไงก็ไม่ยอมเดิน  ก็ฟันธงกับคอนเฟิร์มได้เลยว่าหลุมฝังศพนั้นต้องเป็นที่ซ่อนตัวของเจ้าผีดูดเลือดตัวร้ายระดับบอสใหญ่แน่นอน  เมื่อขุดหลุมจัดการเปิดฝาโลงแล้ว อ้อ! ต้องเปิดตอนกลางวันเช่นกันนะครับ  ก็ตอกไม้ปลายแหลมเข้าที่หัวใจ  เอากระเทียมสด ๆ แบบที่ไม่ต้องดองน้ำผึ้งยัดปากให้เต็ม  แล้วเอาน้ำองุ่นหมักที่ต้มจนเดือดปุด ๆ ราดรอบ ๆ หลุมฝังศพ  จากนั้นก็นำร่างของผีดูดเลือดที่ตอกไม้ปลายแหลมเข้าที่หน้าอกเรียบร้อยแล้วไปเผาให้ไหม้เป็นขี้เถ้า  แล้วก็เอาไปโรยไว้รอบ ๆ ต้นไม้ให้เป็นปุ๋ย  วิธีสุดท้ายนี่ผมว่าเองครับ  ตำราไม่ได้บอกไว้

    นี่แหละครับ  เรื่องราวของผีดูดเลือดของทางยุโรปที่เขาเล่ากันมานมนาน  แต่ผมเองก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้าหากผีดูดเลือดเกิดไปดูดเลือดคนที่เป็นเอดส์เข้าให้ผลจะเป็นยังไงเนี่ย?  อันนี้ผมเองก็คงต้องไปถามท่านเคาทน์แดร็กคิวล่าเอาเอง  นี่ก็ใกล้จะถึงวันปล่อยผีแล้วก็ขอให้ระวังตัวกันให้ดี ๆ ล่ะครับ  เพราะบางครั้งขณะที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ มันอาจจะยืนอยู่ข้างหลังคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวได้ เหอ ๆๆๆ

"ธนะรัตน์"

edit @ 30 Oct 2009 09:11:25 by เรียกข้าว่า....ธนะรัตน์

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผีทางฝังยุโรปผมว่าไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่นา

จะมาน่ากลัวก็ฝังเอเชียเนี้ยแหละ

แค่บ้านเราผีเปรต ผีตายโหง ผีแม่ม่าย ก็น่ากลัวแล้ว บรือ~

#1 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2009-10-30 22:32