เรื่องของผีดูดเลือด ที่คุณ(อาจจะ)ยังไม่เคยรู้
posted on 29 Oct 2009 20:02 by tanaratวันนี้มาอัพเรื่องผี ๆ ให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีนวันปล่อยผีซะหน่อย เหอ ๆๆๆ
ในบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหลายบนโลกใบนี้ ไม่มีภูตผีตนใดที่ผู้คนจะไม่รู้จักและสร้างความหวาดกลัวให้กับมนุษย์เท่ากับผีดูดเลือดหรือแวมไพร์นั่นเอง ( ผมเห็นบางคนก็เรียกพวกผีดูดเลือดว่าผีดิบ ที่จริงผมว่าผีดูดเลือดนั้นเรียกถูกแล้ว เพราะว่าถ้าเป็นผีดิบก็คงน่าจะหมายถึงพวกซอมบี้หรือว่าศพเดินได้มากกว่า ) และในปัจจุบันนี้ความหวาดกลัวนั้นก็ได้แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก
อันที่จริงแล้ว ในสมัยโบราณนั้นเรื่องราวของผีดูดเลือดรู้จักกันแต่ในเขตยุโรปตะวันออกเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบคาบสมุทรบอลข่าน, โรมาเนีย, ฮังการี และรัสเซียจะรู้จักกันมากก่อนที่บราม สโตเกอร์ นักเขียนนิยายชาวไอร์แลนด์จะเขียนนวนิยายผีดูดเลือดเรื่องดังคือเรื่องแดร็กคิวล่าเสียอีก เพียงแต่ยังไม่แพร่หลายไปทั่วโลกเท่านั้น และอิทธิพลจากนวนิยายเรื่องแดร็กคิวล่านี้เองก็ทำให้เรื่องราวของผีดูดเลือดได้รู้จักกันไปทั่วทุกมุมโลก ซึ่งบางคนก็เชื่อว่าผีดูดเลือดมีอยู่จริง แต่บางคนก็ว่าไม่มีจริง ก็เลยกลายเป็นประเด็นให้เถียงกันได้ไม่รู้จักจบ ผมก็เลยมาเขียนให้ฟังถึงเรื่องของผีดูดเลือดพร้อมกับวิธีป้องกันกับวิธีกำจัดที่ได้ผลมาให้อ่านกันไว้เผื่อว่าซักวันจ๊ะเอ๋กับมันเข้าจะได้รับมือมันได้
ทางฝั่งยุโรปนั้นเชื่อกันว่าผีดูดเลือดสามารถดูได้จากลักษณะภายนอก 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกก็คือดูที่เงา ซึ่งในตำราเขียนเอาไว้ว่าผีดูดเลือดจะไม่มีเงาสะท้อนในกระจกให้เห็น ไม่ว่าจะในกระจกเงา, แสงไฟ หรือเงาสะท้อนจากน้ำ วิธีที่สองก็คือดูที่นิ้วมือ ผีดูดเลือดจะมีลักษณะพิเศษที่นิ้วมือคือนิ้วกลางจะมีขนาดสั้นเสมอกับนิ้วชี้และนิ้วนาง แต่วิธีนี้ก็ต้องพิจารณากันให้ดี ๆ นะครับ ถ้าหากไปพบใครที่นิ้วกลางสั้นเสมอกับนิ้วชี้และนิ้วนางล่ะก็ อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าเขาเป็นผีดูดเลือดนะครับ ดูให้ดี ๆ ก่อนว่านิ้วกลางเขาด้วนรึเปล่า ไม่อย่างนั้นอาจจะมีสิทธิ์เจ็บตัวได้ สำหรับในอินเดียนั้นก็มีวิธีดูที่แปลกออกไป อาบังแกไม่ดูที่นิ้วมือครับ แต่ไปดูตรงส้นเท้าแทน เพราะอาบังแกเชื่อว่าผีดูดเลือดจะมีส้นเท้า 2 ส้นคือมีปุ่มตรงส้นเท้า 2 ปุ่ม ก็แปลกไปอีกแบบ
สำหรับอิทธิฤทธิ์ของผีดูดเลือดนั้น ไม่ใช่แค่ว่าเห็นเหยื่อแล้วก็ตรงทื่อเข้ามาดูดเลือดตรงซอกคออย่างในหนังจีนแบบพวกโดดเหยง ๆ เอายันต์แปะหน้าผากนะครับ เสียชื่อผีดูดเลือดหมด ไหน ๆ เป็นผีดูดเลือดทั้งทีก็ต้องมีชั้นเชิงกันหน่อย ความสามารถของผีดูดเลือดนั้นสามารถแปลงร่างได้ ไม่ว่าจะเป็นค้างคาวหรือหมาป่าสีดำ แต่ไม่ทราบว่าจะแปลงเป็นพวกมาสค์ไรเดอร์หรือยอดมนุษย์ได้หรือเปล่า ในตำราก็ไม่ได้บอกไว้ นอกจากแปลงร่างแล้วก็ยังสามารถควบคุมหมอก, พายุ, หิมะ และฝนได้ และยังสามารถควบคุมสัตว์ประเภทหนู, ค้างคาว, หมาป่า และนกฮูกได้ด้วยพลังกีอัส แหะ..แหะ ขออภัย เผลอไปครับ โดยใช้พลังกระแสจิตน่ะครับ ผีดูดเลือดจะมีพลังกระแสจิตที่แกร่งกล้ามาก ใครที่สบตาเข้าให้ก็จะอ่อนระทวยให้ดูดเลือดง่าย ๆ เหมือนเจอพลังกีอัสของพี่ลู่เข้าไป
แต่ถึงจะมีอิทธิฤทธิ์เก่งกล้าแค่ไหน ผีดูดเลือดก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน อย่างแรกก็คือแพ้แสงแดดครับ แพ้ขนาดต่อให้อาบโลชั่นกันแดดเป็นตุ่มกับใส่แว่นกันแดดหนาเตอะก็กันไม่ได้ ถ้าโดนแสงแดดส่องเข้าเมื่อไหร่ ก็จะแห้งกรอบกลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที อย่างที่สองก็คือกระเทียมครับ แค่มันได้กลิ่นก็ต้องสวมวิญญาณอาจารย์โกยทันที ในยุโรปสมัยโบราณชาวบ้านนิยมเอากระเทียมมาแขวนรอบ ๆ ห้องนอนหรือรอบ ๆ บ้านเพื่อกันผีดูดเลือด ผมเองก็ไม่ยักกะรู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเกลียดกลัวกระเทียมนักหนา ในตำราก็ไม่ได้เขียนบอกเอาไว้ครับ อ้อ! ตรงนี้ผมขอย้ำนะครับว่าผีดูดเลือดมันกลัวแต่กระเทียมเท่านั้นนะครับ มันไม่กลัวกระเทย อย่างที่สามก็คือไม้กางเขน ถ้ามันได้สัมผัสกับไม้กางเขนเข้าเมื่อไหร่เป็นต้องม่อยกระรอก หมอบกระแตทันที ไม้กางเขนนี้นอกจากจะป้องกันผีดูดเลือดได้แล้ว ก็ยังสามารถใช้หาตัวผีดูดเลือดได้ด้วย คือถ้าใครถูกไม้กางเขนสัมผัสเข้าแล้วปรากฎแผลรอยไหม้เป็นรูปกางเขนแล้วล่ะก็ คน ๆ นั้นก็ต้องเป็นผีดูดเลือดแน่นอน และสิ่งสุดท้ายที่ผีดูดเลือดแพ้ก็คือเสาเข็ม เอ๊ย! ขออภัยครับ ไม้ตอกปลายแหลม ซึ่งใช้ตอกตรงหัวใจเพื่อฆ่ามัน ซึ่งพอตอกลงไปร่างของมันจะสลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที
นอกจากนี้ผีดูดเลือดยังมีข้อจำกัดอำนาจของมันด้วย เช่น ผีดูดเลือดนั้นจะบุกรุกเข้าไปดูดเลือดคนในบ้านโดยพลการไม่ได้ มันไม่สุภาพและไม่มีเกียรติเอาซะเลย เผลอ ๆ อาจจะถูกโปลิสรวบเข้าให้ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานผู้อื่นในยามวิกาล ผีดูดเลือดจะต้องมีคนเชิญให้เข้าไปหาเอง ซึ่งก็คือเหยื่อที่ถูกสะกดจิตนั่นเอง อีกข้อก็คือผีดูดเลือดนั้นจะเข้าไปในสถานที่ที่ไม่เคยเข้าไปมาก่อนเลยไม่ได้ ต้องมีคนเชิญด้วยทุกครั้งถึงจะเข้าไปได้ และอีกข้อก็คือผีดูดเลือดจะข้ามลำธารที่มีน้ำไหลไม่ได้ ต้องรอให้น้ำลงจนแห้งงวดก่อนถึงจะข้ามไปได้ ( ชะรอยสงสัยอาจจะยังไม่ได้ฉีดยากันโรคกลัวน้ำ )
คราวนี้ก็มาถึงวิธีปราบผีดูดเลือดกันบ้าง แต่อย่านึกว่าทำกันง่าย ๆ แบบที่เห็นในหนังหรือนิยายนะครับ ผีดูดเลือดเองก็ไม่ใช่หมู ๆ ให้เคี้ยวกันได้ง่าย ๆ ก็เพราะผีดูดเลือดนั้นมีการแบ่งระดับกัน คือระดับลูกกระจ๊อกกับระดับบอสใหญ่ สำหรับผีดูดเลือดระดับลูกกระจ๊อกวิธีปราบก็แสนง่าย คือเปิดฝาโลงขึ้นมาและต้องทำตอนกลางวันนะครับ ขืนเปิดตอนกลางคืนมีหวังคนปราบได้กลายเป็นผีดูดเลือดอีกตัวแน่ แล้วเอาค้อนตอกไม้ปลายแหลม ( ต้องขนาดใหญ่หน่อยนะครับ ไม่ใช่เล็กจิ๋วขนาดไม้เสียบลูกชิ้นปิ้ง ) ตอกไปตรงหน้าอกบริเวณหัวใจเท่านี้ก็เรียบร้อย หรือว่าถ้าหากค้นหาเจอโลงที่ซ่อนตัวของผีดูดเลือดแล้วแต่ยังไม่มีไม้ปลายแหลมมาตอก ก็เอากิ่งกุหลาบป่ามาสุมวางไว้บนฝาโลงไว้ก่อน กิ่งกุหลาบป่าจะช่วยทำให้ผีดูดเลือดออกจากโลงศพไม่ได้ สำหรับผีดูดเลือดระดับบอสใหญ่อย่างเช่นท่านเคาทน์แดร็กคิวล่าแล้วล่ะก็ มีวิธีที่ยุ่งยากพอควรตั้งแต่วิธีหาหลุมฝังศพที่เป็นซ่อนตัว โดยวิธีหาก็คือจะให้เด็กผู้ชายที่ยังเล็ก ๆ ไร้เดียงสานั่งบนม้าสีดำสนิททั้งตัว แล้วก็ปล่อยให้ม้าดำที่มีเด็กผู้ชายนั่งอยู่เดินผ่านหลุมฝังศพในสุสาน ถ้าหากม้าดำยืนหยุดที่หลุมฝังศพไหนแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมเดินต่อไป ถึงแม้ว่าจะถูกเฆี่ยนตียังไงก็ไม่ยอมเดิน ก็ฟันธงกับคอนเฟิร์มได้เลยว่าหลุมฝังศพนั้นต้องเป็นที่ซ่อนตัวของเจ้าผีดูดเลือดตัวร้ายระดับบอสใหญ่แน่นอน เมื่อขุดหลุมจัดการเปิดฝาโลงแล้ว อ้อ! ต้องเปิดตอนกลางวันเช่นกันนะครับ ก็ตอกไม้ปลายแหลมเข้าที่หัวใจ เอากระเทียมสด ๆ แบบที่ไม่ต้องดองน้ำผึ้งยัดปากให้เต็ม แล้วเอาน้ำองุ่นหมักที่ต้มจนเดือดปุด ๆ ราดรอบ ๆ หลุมฝังศพ จากนั้นก็นำร่างของผีดูดเลือดที่ตอกไม้ปลายแหลมเข้าที่หน้าอกเรียบร้อยแล้วไปเผาให้ไหม้เป็นขี้เถ้า แล้วก็เอาไปโรยไว้รอบ ๆ ต้นไม้ให้เป็นปุ๋ย วิธีสุดท้ายนี่ผมว่าเองครับ ตำราไม่ได้บอกไว้
นี่แหละครับ เรื่องราวของผีดูดเลือดของทางยุโรปที่เขาเล่ากันมานมนาน แต่ผมเองก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้าหากผีดูดเลือดเกิดไปดูดเลือดคนที่เป็นเอดส์เข้าให้ผลจะเป็นยังไงเนี่ย? อันนี้ผมเองก็คงต้องไปถามท่านเคาทน์แดร็กคิวล่าเอาเอง นี่ก็ใกล้จะถึงวันปล่อยผีแล้วก็ขอให้ระวังตัวกันให้ดี ๆ ล่ะครับ เพราะบางครั้งขณะที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ มันอาจจะยืนอยู่ข้างหลังคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวได้ เหอ ๆๆๆ
"ธนะรัตน์"
edit @ 30 Oct 2009 09:11:25 by เรียกข้าว่า....ธนะรัตน์
จะมาน่ากลัวก็ฝังเอเชียเนี้ยแหละ
แค่บ้านเราผีเปรต ผีตายโหง ผีแม่ม่าย ก็น่ากลัวแล้ว บรือ~
#1 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2009-10-30 22:32